จากสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์และเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การนำ Multi-Factor Authentication (MFA) มาใช้งานเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกขโมย แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยงานจำนวนมากยังมี Legacy System หรือ Web Application ที่พัฒนามานาน ซึ่งอาจไม่รองรับ MFA และการแก้ไข Source Code เดิมอาจมีความเสี่ยง ใช้เวลา และมีค่าใช้จ่ายสูง สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ CIPAT ร่วมกับ QSense จึงพัฒนา “MFAwall” เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มชั้นความปลอดภัยให้กับระบบเดิมได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการแก้ไข Application ทั้งระบบ https://mfawall.cipat.or.th VERIFY — เพิ่มชั้นการยืนยันตัวตน เพิ่มด่านยืนยันตัวตนก่อนเข้าถึงหน้า Admin, Critical Path หรือ Web Application รองรับ Authenticator (TOTP) และ Passkey ช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่ Password ถูกขโมยหรือรั่วไหล DEFEND — เพิ่มชั้นการป้องกัน Web Application ช่วยกรองและควบคุม Traffic ก่อนเข้าสู่ระบบ เช่น ความเสี่ยงจาก SQL Injection, XSS, Bot, Request ที่ผิดปกติ รวมถึงการควบคุม HTTP Method และการเข้าถึงจากพื้นที่ที่กำหนด FUTURE — เตรียมพร้อมสำหรับยุค Post-Quantum รองรับแนวทาง Hybrid Key Exchange โดยใช้ ML-KEM ร่วมกับ TLS เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาวจากแนวคิด “Harvest Now, Decrypt Later” และเตรียมระบบสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum Cryptography MFAwall ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบอกว่า “ติด MFA แล้วระบบจะปลอดภัย” แต่เราต้องการช่วยตอบโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในหลายองค์กรว่า “ถ้าระบบเดิมยังไม่รองรับ MFA เราจะเริ่มยกระดับความปลอดภัยตั้งแต่วันนี้ได้อย่างไร?” Cybersecurity ไม่ควรรอให้ระบบทุกอย่างพร้อม แต่ควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยง และเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับแต่ละระบบ รายละเอียดโครงการ https://mfawall.cipat.or.th

บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TRIS) ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ (CIPAT) และ สมาคมไอเอสซีสแควร์ (ISC2) ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งสำคัญ เพื่อร่วมกันพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานและกระบวนการประเมินการรับรองความพร้อม ด้านการเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography Readiness (PQC Readiness) โดยมุ่งเป้าไปที่องค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนของไทย เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ดร.อัมพร แสงมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TRIS) เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Quantum Computing ซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ โดยการย้ายระบบรหัสลับ (Cryptographic Migration) ครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การรับรอง PQC Readiness จะทำหน้าที่คล้ายกับมาตรฐาน ISO เพื่อยืนยันความพร้อมระดับพื้นฐาน (Fundamental Readiness) ช่วยให้องค์กรประเมินความเสี่ยงและวางแผนรับมือล่วงหน้าในเชิงป้องกัน ก่อนที่จะเกิดผลกระทบจริง การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งของทั้ง 3 หน่วยงาน โดย TRIS นำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเกณฑ์การประเมิน ผสานเข้ากับเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญจาก CIPAT และ ISC2 เพื่อให้องค์กรที่เข้ารับการประเมินสามารถเห็นจุดอ่อนและวางแนวทางยกระดับความปลอดภัยได้อย่างรอบด้าน ทั้งในด้านเทคโนโลยี กระบวนการ และบุคลากร ด้าน ดร.สุรเชษฐ์ สุชัยยะ คณะกรรมการบริหาร สมาคมไอเอสซีสแควร์ (ISC2) ให้ความเห็นเพิ่มเติมถึงภัยคุกคามในอนาคต เช่น รูปแบบ "Harvest now, decrypt later" ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผู้โจมตีดักเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสในปัจจุบันไว้ เพื่อรอใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีประสิทธิภาพสูงมาถอดรหัสในอนาคต ดังนั้น การเตรียมความพร้อม PQC Readiness จึงมีจุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญถูกถอดรหัสได้ และสร้างความน่าเชื่อถือ (Digital Trust) ให้แก่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศในระยะยาว


QSense ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ยุคควอนตัม ร่วมกับ IPM (ผู้ให้บริการ Smart Security Solution) ร่วมออกบูธจัดแสดงนวัตกรรมในงาน RDC INNOVATION MATCH UP ณ หอประชุม ศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ (ศวอ.ทอ.) งานดังกล่าวจัดขึ้นโดย ศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ (ศวอ.ทอ.) โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.ท.ชเนนทร์ สุขาวรี ผอ.ศวอ.ทอ. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยการบรรยายพิเศษและประชุมสัมมนาโจทย์วิจัยด้าน อากาศยานไร้คนขับ (UAS), ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Counter-UAS) และเทคโนโลยีเพื่อการบรรเทาสาธารณภัย จากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ อาทิ พล.ท.คม วิริยเวชกุล เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (จก.วท.กห.) และ รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการ สกสว. ก่อนปิดท้ายด้วยการมอบแนวทางการปฏิบัติโดย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ภายในพื้นที่จัดแสดง IPM ได้นำโดรนติดกล้องตรวจการณ์อัจฉริยะและโซลูชันฮาร์ดแวร์เพื่อความปลอดภัยมาจัดแสดง ขณะที่ QSense ได้นำเสนอ QSense PQC Gateway (QSense Gate) นวัตกรรม Secure Gateway / Reverse Proxy มาตรฐาน Post-Quantum Cryptography (PQC) เพื่อชูจุดเด่นในการยกระดับความปลอดภัยให้แก่ระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS) และอุปกรณ์ตรวจการณ์ความมั่นคง ซึ่งได้รับความสนใจและแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เข้าร่วมงานและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่อง QSense PQC Gateway เข้ามาแก้ปัญหาช่องโหว่ทางไซเบอร์ของระบบโดรนอย่างตรงจุด ด้วยการทำหน้าที่เป็นอุโมงค์เข้ารหัสความปลอดภัยสูง (PQC Secure Tunnel) ปกป้องทั้ง สัญญาณภาพถ่ายทอดสดจากกล้องบนโดรน (RTSP/ONVIF), ข้อมูลพิกัดการบิน และคำสั่งควบคุม (MQTT/HTTP/Web) ระหว่างตัวอากาศยาน สถานีควบคุม และเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง ช่วยป้องกันการถูกดักจับสัญญาณภาพ การปลอมแปลงคำสั่งควบคุม (Hijacking) และป้องกันภัยคุกคามประเภท "Harvest Now, Decrypt Later (HNDL)" ที่อาจนำข้อมูลความมั่นคงไปถอดรหัสในอนาคตด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัม จุดเด่นสำคัญคือ สามารถติดตั้งครอบระบบเดิม (Existing Infrastructure) ได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด Application โครงสร้างซอฟต์แวร์ หรือเซิร์ฟเวอร์เดิมของตัวโดรน มาพร้อมมาตรฐานการเข้ารหัสล่าสุด NIST FIPS 203 ML-KEM และ Hybrid X25519MLKEM768 บน TLS 1.3 ควบคู่กับระบบ WAF, GeoIP Blocking และ Dashboard ติดตามสถานะความปลอดภัยแบบ Real-time การร่วมออกบูธในครั้งนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของ QSense ในการนำเสนอโซลูชันความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับ Post-Quantum เพื่อเป็นทางเลือกสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและการสื่อสารของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการบิน ให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในยุคควอนตัมได้อย่างยั่งยืน




QSense ออก QSeal ชื่อเต็ม Qsense Seal เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ ปกป้องและพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของไฟล์ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยุค คอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยเฉพาะ ระบบนี้ช่วยดูแลความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการรับส่งไปจนถึงการจัดเก็บในระยะยาว ผ่านเทคโนโลยี การเข้ารหัสแบบไฮบริด (Hybrid PQC) และการสร้างหลักฐานดิจิทัลที่ตรวจสอบที่มาได้ จุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการ ต่ออายุหลักฐาน (Evidence Renewal) เพื่อป้องกันไม่ให้อัลกอริทึมการเข้ารหัสเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ช่วยให้องค์กรตอบคำถามเรื่อง ความถูกต้องของเนื้อหา ตัวตนผู้ส่ง และช่วงเวลาที่มีอยู่จริง ของไฟล์ได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับระบบจัดเก็บข้อมูลเดิมและเน้นการสร้าง ชุดหลักฐานที่ตรวจสอบได้อิสระ โดยไม่ต้องยึดติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพื่อความโปร่งใสและปลอดภัยสูงสุดของข้อมูลที่มีความสำคัญสูงในทุกอุตสาหกรรม https://to.qsenselab.com

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 **Qsense ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวที “National Roadmap for Post-Quantum Security”** ร่วมกับทาง สกมช และ กระทรวงพลังงาน และ Huawei Qsense ได้รับเกียรติเข้าร่วมเวทีเสวนา **National Roadmap for Post-Quantum Security** ภายในงาน **Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026** ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อภัยคุกคามจากเทคโนโลยีควอนตัม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Post-Quantum Security ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนอัลกอริทึมการเข้ารหัส แต่เป็นการปรับโครงสร้างความมั่นคงปลอดภัยดิจิทัลทั้งระบบ ตั้งแต่การสำรวจสินทรัพย์และเทคโนโลยีการเข้ารหัสที่องค์กรกำลังใช้งาน การประเมินความเสี่ยงของข้อมูลสำคัญ การจัดลำดับความเร่งด่วน ไปจนถึงการวางแผนเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum Cryptography หรือ PQC อย่างเป็นขั้นตอน บนเวทีเสวนา Qsense ได้นำเสนอมุมมองสำคัญว่า ประเทศไทยควรเร่งดำเนินการใน 3 ด้าน ได้แก่ **Find — ค้นหาและจัดทำบัญชีการเข้ารหัส** องค์กรต้องสามารถระบุได้ว่าระบบใดกำลังใช้ RSA, ECC, Diffie–Hellman ใบรับรองดิจิทัล หรือโพรโทคอลที่อาจได้รับผลกระทบจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม **Rate — ประเมินความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญ** ไม่ใช่ทุกระบบจะต้องเปลี่ยนพร้อมกัน องค์กรจึงควรพิจารณาอายุของข้อมูล ระดับความลับ เส้นทางการสื่อสาร ความสำคัญของระบบ และความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ **Harvest Now, Decrypt Later — ดักข้อมูลวันนี้ เพื่อรอถอดรหัสในอนาคต** **Ready — เตรียมแผนการเปลี่ยนผ่านที่นำไปปฏิบัติได้จริง** ครอบคลุมการพัฒนา Crypto Agility การปรับปรุง PKI และ Certificate Lifecycle การทดลองใช้ Hybrid PQC การวางแผนสำหรับระบบเดิม ตลอดจนการกำหนดมาตรฐาน บุคลากร งบประมาณ และกรอบเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน Qsense เชื่อว่า National Roadmap ที่มีประสิทธิภาพต้องเชื่อมโยงทั้ง **นโยบาย มาตรฐาน เทคโนโลยี บุคลากร และการทดสอบใช้งานจริง** พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ภาคธุรกิจ ผู้ให้บริการเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทย เข้ามามีส่วนร่วมในระบบนิเวศเดียวกัน ประเทศไทยไม่ควรรอให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถถอดรหัสได้สำเร็จก่อนจึงเริ่มดำเนินการ เพราะข้อมูลที่ต้องเก็บรักษาเป็นเวลาหลายปีอาจกำลังถูกดักเก็บไว้ตั้งแต่วันนี้ **Post-Quantum Security จึงไม่ใช่เรื่องของอนาคตเท่านั้น แต่เป็นภารกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยดิจิทัลที่ต้องเริ่มลงมือในวันนี้** **Find. Rate. Ready.** สำรวจความเสี่ยง ประเมินความพร้อม และวางเส้นทางสู่องค์กรที่พร้อมรับมือยุคควอนตัม #Qsense #PostQuantumSecurity #PostQuantumCryptography #PQC #QuantumReady #Cybersecurity #CryptoAgility #HNDL #NationalRoadmap #HuaweiThailand #DigitalAISummit2026



เครื่องมือ Qsense ได้รับเกียรติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ CSR ประเมินความพร้อมด้านการเข้ารหัสควอนตัมสำหรับเว็บไซต์สาธารณะ (Executive CISO#3 CSR Program : External Post-Quantum Cryptography Assessment 2026) ซึ่งจัดขึ้นโดย สกมช. คณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 (Executive CISO #3) และภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต สำหรับการดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมรับการประเมินความพร้อมเป็นหน่วยงานภายใต้โครงการ โดยมุ่งสำรวจภาพรวมของเว็บไซต์ที่ให้บริการแก่ประชาชน ตรวจสอบประเด็นที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของข้อมูลในระยะยาว และจัดทำข้อเสนอแนะที่หน่วยงานสามารถนำไปใช้วางแผนพัฒนาระบบได้อย่างเหมาะสม การประเมินดังกล่าวเปรียบเสมือน “ก้าวแรก” ของการเตรียมความพร้อมสู่องค์กรที่ปลอดภัยในยุคควอนตัม





เบราว์เซอร์สำหรับ Windows ที่พัฒนาตามแนวคิด PQC First ทุกการเชื่อมต่อที่ออกจากเครื่องจะถูกเข้ารหัสด้วย TLS ไฮบริดหลังควอนตัม X25519MLKEM768 ผ่าน QSense PQC Proxy โดยอัตโนมัติ เพื่อปิดความเสี่ยง HNDL (Harvest Now, Decrypt Later) พร้อมระบบกันโฆษณาและมัลแวร์ ข้อมูลเชิงลึกของเว็บไซต์ (Site Intel) และเครื่องมือจัดทำ CBOM ในตัว โดยผู้ใช้ไม่ต้องตั้งค่าใดเพิ่มเติม รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ https://to.qsenselab.com/pqsafe_browser.html


QSense ร่วมกับ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TRIS Corp), สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ (CIPAT) เข้าร่วมโครงการ CSR “ประเมินความพร้อมด้านการเข้ารหัสควอนตัมสำหรับเว็บไซต์สาธารณะ” (Executive CISO#3 CSR Program) เพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ในยุคควอนตัม ในการดำเนินงานครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) นำโดย พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการฯ และคณะผู้บริหาร ได้ให้การต้อนรับคณะทำงานอย่างอบอุ่น โดยการประเมินมุ่งสำรวจภาพรวมของเว็บไซต์และระบบบริการประชาชน เพื่อตรวจสอบช่องโหว่ทางเทคนิคที่อาจส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระยะยาว พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะเชิงลึก (Action Plan) สำหรับวางแผนพัฒนาระบบอย่างเหมาะสม การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยี Post-Quantum Cryptography (PQC) ของ QSense เข้ามาสนับสนุนในครั้งนี้ เปรียบเสมือน “ก้าวแรก” ที่สำคัญในการประเมินสถานะปัจจุบัน (As-Is Assessment) เพื่อให้องค์กรสามารถมองเห็นความเสี่ยง วางแผนเตรียมงบประมาณและบุคลากรได้อย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับบริการดิจิทัลของประเทศไทยให้มีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือในระยะยาวอย่างยั่งยืน


ทาง QSense ได้ร่วมกับ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TRIS Corp) นำแพลตฟอร์มประเมินความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Quantum-Safe Readiness Platform) ร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงาน “กิจกรรมยกระดับกลไกการขับเคลื่อนการบริหารด้วยข้อมูล (Data Driven) เพื่อเพิ่มโอกาส เติมทุน และเพิ่มสภาพคล่องอุตสาหกรรมไทย” ณ โรงแรม จูบิลี่ เพรสทีจ รัชดาภิเษก การออกบูธในครั้งนี้ QSense ได้นำเสนอเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด "Secure AI Future" เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐ ในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วยเทคโนโลยี Post-Quantum Cryptography (PQC) สนับสนุนให้การยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยในอนาคต



QSense ร่วมกับ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TRIS Corp), สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ (CIPAT) เข้าร่วมโครงการ CSR “ประเมินความพร้อมด้านการเข้ารหัสควอนตัมสำหรับเว็บไซต์สาธารณะ” (Executive CISO#3 CSR Program) เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในยุคควอนตัม ในการดำเนินงานครั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้ให้ความร่วมมือเข้าร่วมรับการประเมินความพร้อม โดยคณะทำงานมุ่งสำรวจเว็บไซต์บริการประชาชนเพื่อตรวจสอบช่องโหว่ทางเทคนิคและประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลในระยะยาว พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะเชิงลึก (Action Plan) สำหรับให้หน่วยงานนำไปใช้วางแผนพัฒนาระบบได้อย่างเหมาะสม การนำเทคโนโลยี Post-Quantum Cryptography (PQC) ของ QSense เข้ามาประเมินสถานะปัจจุบัน (As-Is Assessment) ในครั้งนี้ จะช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมความเสี่ยงล่วงหน้า สามารถวางแผนเตรียมงบประมาณและพัฒนาบุคลากรได้อย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนบริการดิจิทัลของประเทศไทยให้มีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือในระยะยาวอย่างยั่งยืน


Qsense ร่วมภาคีเครือข่าย NCSA, TRIS , CIPAT ประเมินความพร้อมด้านเทคโนโลยีควอนตัมให้แก่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ผู้บริหาร บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TRIS) และ ผู้บริหาร Qsense จากบริษัท ทูนาเบิล โปรเจค จำกัด ได้รับเกียรติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ CSR ประเมินความพร้อมด้านการเข้ารหัสควอนตัมสำหรับเว็บไซต์สาธารณะ (Executive CISO#3 CSR Program : External Post-Quantum Cryptography Assessment 2026) ซึ่งจัดขึ้นโดย สกมช. คณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 (Executive CISO #3) และภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต


Qsense ร่วมกับ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ CIPAT ได้รับเกียรติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ CSR ประเมินความพร้อมด้านการเข้ารหัสควอนตัมสำหรับเว็บไซต์สาธารณะ (Executive CISO#3 CSR Program) ทำการ External Post-Quantum Cryptography Assessment 2026) ซึ่งจัดขึ้นโดย สกมช. คณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 (Executive CISO #3) และภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต การประเมินดังกล่าวเปรียบเสมือน “ก้าวแรก” ของการเตรียมความพร้อมสู่องค์กรที่ปลอดภัยในยุคควอนตัม เพราะก่อนที่องค์กรจะตัดสินใจปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีหรือระบบต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือการรู้สถานะปัจจุบันของตนเอง มองเห็นความเสี่ยง และกำหนดประเด็นที่ควรดำเนินการก่อน–หลังอย่างชัดเจน


ทาง Qsense ได้ร่วมกับ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ สมาคม CIPAT ได้รับเกียรติจาก สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 (Executive CISO #3) ในการนำเสนอภาพรวมโครงการ CSR ประเมิน ความพร้อมด้านการเข้ารหัสควอนตัมสำหรับเว็บไซต์สาธารณะ (Executive CISO#3 CSR Program : External Post-Quantum Cryptography Assessment 2026) โครงการฯ นี้จัดขึ้นโดย สกมช. คณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 (Executive CISO #3) และภาคีเครือข่าย วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการประเมินเบื้องต้น สร้างความตระหนักรู้ ในการเตรียมความพร้อมด้าน Quantum-Safe Cybersecurity ของประเทศไทย



Qsense Post-Quantum Cryptography Readiness Platform ร่วมสนับสนุนการแข่งขัน WorldSkills Thailand สาขา Cybersecurity ระดับภาค ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันทักษะดิจิทัลที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศต่อไป



เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดการประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม (Migration Plan) และแผนปฏิบัติการรายด้าน (Action Plan) ภายใต้โครงการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ระยะที่ 1 ผลจากการประชุมถือเป็นการเริ่มต้นในการพัฒนาแผนการเปลี่ยนผ่านระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม (Migration Plan) และแผนปฏิบัติการรายด้าน (Action Plan) เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทย เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นในวงกว้าง ก่อนเปิดประชาพิจารณ์ในวงกว้างต่อไปเพื่อให้ประเทศไทยมีแผนในการเปลี่ยนผ่านระบบสารสนเทศให้ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีควอนตัม


สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ได้จัดงานสัมมนา Privacy & Security Summit 2026 งานสัมมนาวิชาการระดับประเทศที่มุ่งเน้นการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) สู่การสร้าง Digital Trust ในงานทาง Qsense ได้มีโอกาสได้นำเสนอเกี่ยวกับ เรื่อง Privacy และ Digital Trust ช่วงเวลาจัดงาน: วันที่ 27 - 28 พฤษภาคม 2026 สถานที่: โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร


เมื่อเทคโนโลยีควอนตัมกำลังเข้าใกล้ความเป็นจริง ความมั่นคงของระบบเข้ารหัสที่ตลาดทุนไทยพึ่งพาอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอในอนาคต แนวคิด Q-Day จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสัญญาณเตือนให้องค์กรการเงินและตลาดทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ การเตรียมความพร้อมด้าน Post-Quantum Cryptography จึงเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และเสถียรภาพของตลาดทุนไทยในระยะยาว บรรยายโดย นายนนทวัตต์ สาระมาน ผู้ก่อตั้ง QSense ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

CIPAT, TRIS และ QSense ร่วมเข้าร่วมงาน Fortinet Accelerate 26 APAC ภายในงาน QSense ได้นำเสนอ Solution ด้าน Crypto Agility และ Post-Quantum Cryptography Readiness เพื่อช่วยองค์กรค้นหา ประเมิน และเตรียมความพร้อมด้านระบบเข้ารหัส รองรับความเสี่ยงจาก Quantum Computing ในอนาคต ขอขอบคุณ Fortinet Thailand สำหรับการต้อนรับและโอกาสอันดีในการร่วมงานครั้งนี้ ในโอกาสนี้ ทีมงานยังได้รับเกียรติร่วมถ่ายภาพกับท่านเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความท้าทายในยุค Post-Quantum Security



นายกฯ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลด้านไซเบอร์ พร้อมผลักดัน "ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ไทย" เดินหน้าพัฒนาคน เชื่อมรัฐ เอกชน สถาบัน สู้ภัยออนไลน์ครบทุกมิติ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
เวทีที่จะมาแชร์มุมมองเกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยี Quantum และผลกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการบริหารองค์กรในยุคใหม่



QSense — Post-Quantum Cryptography Readiness Platform แพลตฟอร์มประเมินความเสี่ยงด้านการเข้ารหัสเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ Post-Quantum Cryptography ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม จากเวที Thailand Cyber Security Product and Service Awards 2025 ขอขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ที่เปิดพื้นที่และมอบโอกาสให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยได้มีเวทีแสดงศักยภาพและผลงานนวัตกรรมที่สร้างขึ้นโดยคนไทย


ขอขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) และ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

