01 · Protect
ปกป้องไฟล์ที่จัดเก็บ
ใช้ Hybrid Post-Quantum Key Establishment สร้างกุญแจสำหรับเข้ารหัสไฟล์ที่เก็บในคลัง ส่วนช่องทางที่ QSeal ใช้เข้าถึงที่เก็บป้องกันด้วย TLS 1.3 แบบ Hybrid PQC
X25519 + ML-KEM-768
AES-256-GCM · HKDF-SHA-256
Trust & Provenance for Data at Rest
QSeal ลงลายเซ็นดิจิทัลที่ทนทานต่อภัยควอนตัมให้ไฟล์สำคัญที่จัดเก็บอยู่แล้วใน DMS, NAS, file share หรือ object storage พร้อมประทับเวลาและผูกชุดหลักฐานไว้กับไฟล์นั้น ณ ที่เก็บเดิม เพื่อให้ยืนยันได้เสมอว่าไฟล์ยังถูกต้อง ไม่ถูกแก้ไข และออกโดยผู้มีสิทธิ์จริง
QSeal ทำงานกับ ข้อมูลนิ่ง (data at rest) เท่านั้น — ไม่แทนที่ระบบรับส่งไฟล์ ไม่แทรกกลางเส้นทางสื่อสาร และไม่แตะข้อมูลระหว่างทาง
The long-lived data problem
องค์กรรู้ว่าต้องเก็บสัญญา เอกสารราชการ หลักฐานทางกฎหมาย เวชระเบียน หรือข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานไว้นานเพียงใด แต่การเข้ารหัส ลายเซ็นดิจิทัล ใบรับรอง และระบบจัดการกุญแจที่ใช้อยู่ในวันนี้ อาจเสื่อมความมั่นคงหรือไม่รองรับการตรวจสอบได้ครบตลอดช่วงเวลาที่ต้องเก็บข้อมูล
Data Lifetime
ระยะเวลาที่ข้อมูลยังต้องถูกเก็บ ปกป้อง และตรวจสอบย้อนหลังได้
Migration Time
เวลาที่องค์กรต้องใช้สำรวจระบบ เปลี่ยนอัลกอริทึม ย้ายกุญแจ และปรับกระบวนการ
Threat Horizon
ช่วงเวลาที่ภัยควอนตัมหรือการเสื่อมความมั่นคงของรูปแบบการเข้ารหัสเดิมอาจกระทบข้อมูล
สมการนี้เป็นกรอบคัดกรองเชิงกลยุทธ์สำหรับจัดลำดับความเร่งด่วน ไม่ใช่มาตรฐานประเมินความเสี่ยงของ NIST, ISO หรือ ETSI
Where QSeal fits
QSeal ไม่แตะฐานข้อมูลหลักและไม่เปลี่ยนวิธีทำงานของระบบต้นทาง แต่ทำงานกับไฟล์ที่ถูกเขียนลงที่เก็บเรียบร้อยแล้ว เพิ่มชุดหลักฐานให้ไฟล์นั้น ณ ที่เก็บเดิม
ERP, ระบบทะเบียน, ระบบเอกสาร หรือ HIS ทำงานตามปกติ ไม่แก้ schema และไม่เพิ่มภาระฐานข้อมูล
เอกสารผลลัพธ์ เช่น สัญญา ใบรับรอง หรือรายงาน ถูกเขียนลง DMS, NAS, file share หรือ object storage
คำนวณ hash ลงลายเซ็น ประทับเวลา บันทึก provenance และบังคับใช้นโยบายชั้นข้อมูล
ผู้ใช้เปิดและค้นหาไฟล์ได้เหมือนเดิม โดยมีชุดหลักฐานประกบไว้ให้ตรวจสอบภายหลัง
Deployment modes
องค์กรเลือกรูปแบบตามข้อจำกัดของระบบเดิมและระดับความลับของข้อมูล โดยใช้ร่วมกันในองค์กรเดียวได้
| รูปแบบ | การทำงาน | ไฟล์ต้นฉบับ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Seal in Place | ไฟล์ยังอยู่ใน DMS, NAS หรือ file share เดิม QSeal สร้าง sidecar evidence ประกบไว้ข้าง ๆ | ไม่ถูกแตะต้อง | ที่เก็บที่ไม่ต้องการเปลี่ยน workflow, preview หรือการค้นหา |
| Seal on Write | ผนึกทันทีที่ไฟล์ใหม่ถูกเขียนลงที่เก็บ ผ่าน watch folder หรือ event ของ object storage | คงรูปแบบเดิม | ที่เก็บที่มีไฟล์เข้าใหม่ต่อเนื่อง เช่น ระบบออกเอกสาร รายงานประจำวัน |
| Sealed Archive | เข้ารหัสไฟล์เป็น .qseal พร้อม manifest สำหรับเก็บในคลังระยะยาวหรือ off-site archive | เข้ารหัสทั้งก้อน | Backup, cold archive, ข้อมูลลับที่เก็บนอกศูนย์ข้อมูลหลัก |
Seal in Place และ Seal on Write เป็นรูปแบบหลักสำหรับที่เก็บที่ใช้งานอยู่ ส่วน Sealed Archive ใช้กับคลังข้อมูลระยะยาวที่ไม่ต้องเปิดใช้บ่อย
Seal in Place / Seal on Write — ไฟล์ต้นฉบับยังอยู่ในที่เก็บเดิมและเปิดใช้ได้ตามปกติ QSeal เก็บเฉพาะชุดหลักฐานตามนโยบาย
Sealed Archive — ไฟล์ถูกเข้ารหัสก่อนเก็บลงคลัง สิ่งที่อยู่ในคลังคือ ciphertext และ manifest ที่ลงลายเซ็นแล้ว
What QSeal must answer
QSeal สร้างชุดหลักฐานประกอบไฟล์ในแต่ละช่วงของการใช้งาน เพื่อให้ผู้ตรวจสอบและผู้ดูแลระบบตอบคำถามสำคัญได้อย่างเป็นระบบ
ตรวจความครบถ้วนของเนื้อหาและตรวจพบการแก้ไขแม้เพียงบางส่วน
ผูกลายเซ็นกับกุญแจ ตัวตนองค์กร และ provenance ที่ตรวจสอบได้
ใช้หลักฐานเวลาและ daily anchor จากบุคคลที่สามประกอบการพิสูจน์
ตรวจสถานะอัลกอริทึม กุญแจ และต่ออายุหลักฐานก่อนกลไกเดิมเสื่อมความมั่นคง
01 · Protect
ใช้ Hybrid Post-Quantum Key Establishment สร้างกุญแจสำหรับเข้ารหัสไฟล์ที่เก็บในคลัง ส่วนช่องทางที่ QSeal ใช้เข้าถึงที่เก็บป้องกันด้วย TLS 1.3 แบบ Hybrid PQC
X25519 + ML-KEM-768
AES-256-GCM · HKDF-SHA-256
02 · Prove
บันทึก hash, metadata, ผู้ผนึก, เวลา, ชั้นความลับ และข้อมูลกุญแจไว้ในขอบเขตลายเซ็น เพื่อให้การแก้ไขถูกตรวจพบและตรวจสอบที่มาได้
ML-DSA-65 · FIPS 204
Signed provenance · Merkle evidence
03 · Preserve
สร้างหลักฐานชุดใหม่ด้วย hash และ timestamp ก่อนอัลกอริทึมหรือใบรับรองเดิมเสื่อมความมั่นคง โดยไม่แก้ไขไฟล์ต้นฉบับ
RFC 3161 timestamp
Evidence renewal aligned with RFC 4998 concepts
อ่านไฟล์จากที่เก็บ คำนวณลายนิ้วมือ และบันทึก metadata
ตรวจเนื้อหา จัดชั้นข้อมูล และบังคับใช้นโยบาย
เข้ารหัส สร้าง Merkle evidence และลงลายเซ็น
เขียนกลับที่เก็บเดิมขององค์กรและตรวจยืนยันว่าเขียนครบถ้วน
ตรวจซ้ำเป็นรอบ สร้าง anchor และต่ออายุหลักฐาน
ประมวลผลแบบ streaming และเก็บลายนิ้วมือของไฟล์ตั้งแต่จุดที่อ่านพบในที่เก็บ
ตรวจข้อมูลอ่อนไหว บันทึกขอบเขตการตรวจ แล้วบังคับกฎว่าต้องเข้ารหัสหรือเซ็นหรือไม่ ส่งไปที่ใดได้ และเก็บนานเท่าใด
ครอบ hash, provenance, ชั้นข้อมูล, key identifier และราก Merkle ไว้ในขอบเขตลายเซ็นเดียวกัน
โหมด Sealed Archive ใช้กุญแจจาก X25519 + ML-KEM-768 ผ่าน KDF แล้วเข้ารหัสด้วย AES-256-GCM
วางไฟล์และชุดหลักฐานกลับใน DMS, NAS, file share หรือ object storage เดิม แล้วตรวจ hash ตามความสามารถของที่เก็บ
รวมหลักฐานประจำวันด้วย Merkle root ลงลายเซ็น และขอ RFC 3161 timestamp จากผู้ให้บริการภายนอก
Crypto agility
ระบบต้นทางเรียก API เดิมเสมอ ส่วนอัลกอริทึม กุญแจ ผู้ให้บริการ KMS/HSM และนโยบายเวลาถูกกำหนดผ่าน cryptographic profile ที่มีเวอร์ชันกำกับ
// cryptographic profile ที่ผูกกับชุดหลักฐาน { "profile_id": "qseal-standard-2026", "profile_version": 1, "transport": "X25519MLKEM768", "content_encryption": "AES-256-GCM", "signature": "ML-DSA-65", "hash": "SHA-256", "timestamp": "RFC3161", "renew_before": "2030-01-01" } // ระบบต้นทางเรียก endpoint เดิมเสมอ POST /api/v1/seal
เปลี่ยนอัลกอริทึม กุญแจ หรือนโยบายเวลาที่ profile ของ QSeal จุดเดียว โดยไม่ต้องแก้ระบบงานหลัก DMS หรือระบบทะเบียน
ค่าที่แสดงบนหน้านี้ เช่น ML-KEM-768, ML-DSA-65 และ SHA-256 คือค่าตั้งต้นของ profile ปัจจุบัน ไม่ใช่ค่าที่ผูกตายกับระบบ
Verify without trusting the platform
QSeal แยก “ไฟล์” ออกจาก “ชุดหลักฐาน” และเปิดให้ส่งออกข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการผูกขาดกับแพลตฟอร์มเดียว
ชุดหลักฐานควรบอกได้ว่าอะไรถูกลงลายเซ็น ใช้กุญแจใด ผู้ผนึกได้รับการยืนยันจากระบบใด ไฟล์มี hash เท่าใด และมีหลักฐานเวลาใดประกอบ
// ตัวอย่างส่วนหนึ่งของ signed manifest { "file": { "name": "สัญญาบริการ.pdf", "sha256": "e2d64ad25819..." }, "provenance": { "subject": "somchai@example.co.th", "identity_provider": "องค์กร.example", "sealed_at": "2026-07-29T01:40:56+07:00" }, "classification": "confidential", "crypto": { "kem": "X25519+ML-KEM-768", "signature": "ML-DSA-65", "aead": "AES-256-GCM" }, "evidence": { "merkle_root": "ca09e76d5c13...", "key_id": "7393e72c1e32..." } }
โครงสร้างจริงควรกำหนด canonical encoding, versioning และ validation profile ให้แน่นอน เพื่อให้ตรวจซ้ำได้เหมือนกันทุกระบบ
ดาวน์โหลดผ่าน HTTPS ที่ตรวจใบรับรองตามปกติ พร้อมแสดง fingerprint และ key ID ไม่ควรข้ามการตรวจ TLS เพราะเปิดช่องให้ได้รับกุญแจปลอม
ระบุวันที่เริ่มใช้ เลิกใช้ และสถานะเพิกถอน พร้อมเผยแพร่กุญแจเก่าทุกชุดต่อไป เพื่อให้ไฟล์ที่ผนึกไว้ก่อนหน้ายังตรวจย้อนหลังได้
หน่วยงานที่นำเอกสารลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นเว็บสาธารณะไม่ได้ ตรวจในเครื่องด้วยไฟล์ หลักฐาน และกุญแจสาธารณะได้
มีแล้ว · External TSA Timestamp
ชุดหลักฐานได้รับการประทับเวลาจากผู้ให้บริการ timestamp ภายนอกตาม RFC 3161 จึงพิสูจน์ได้ว่าหลักฐานมีอยู่ก่อนเวลาที่ระบุ
อยู่ระหว่างดำเนินการ · External Append-only Anchor
การเผยแพร่ daily Merkle root ไปยัง repository แบบ append-only องค์กรอิสระ หรือช่องทางภายนอกที่แก้ย้อนหลังไม่ได้ ยังไม่เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ปัจจุบันบันทึกหลักฐานยังเก็บอยู่ภายในระบบ จึงไม่ควรตีความว่า anchor ทั้งชุดถูกกระจายออกไปภายนอกแล้ว
| ชั้น | หน้าที่ | เทคโนโลยี |
|---|---|---|
| Transport Protection | ปกป้องช่องทางที่ QSeal ใช้เข้าถึงที่เก็บ | TLS 1.3 · X25519MLKEM768 |
| Content Encryption | ปกป้องไฟล์ที่จัดเก็บในคลัง | AES-256-GCM · DEK ต่อไฟล์ |
| Key Protection | ห่อหุ้มและควบคุม DEK | Enterprise KMS/HSM · Recipient key |
| Integrity & Provenance | ตรวจการแก้ไขและที่มา | SHA-256 · Merkle · ML-DSA-65 |
| Time Evidence | ยืนยันว่าหลักฐานมีอยู่ก่อนเวลาหนึ่ง | RFC 3161 TSA |
| Long-term Renewal | ต่ออายุหลักฐานก่อนอัลกอริทึมเสื่อม | RFC 4998-aligned renewal |
| Identity Binding | ผูกผู้ใช้ ระบบ และองค์กร | OIDC · Signing key / certificate |
ML-KEM-768 อ้างอิง FIPS 203 และ ML-DSA-65 อ้างอิง FIPS 204 ส่วน X25519MLKEM768 คือการประกอบ hybrid key agreement สำหรับ TLS ตามแนวทาง IETF จึงไม่ควรเข้าใจว่าชุด hybrid ทั้งชุดคืออัลกอริทึมที่ FIPS 203 รับรองโดยตรง
การระบุชื่อมาตรฐานหมายถึงเทคโนโลยีหรือแนวคิดที่ใช้อ้างอิง ไม่ควรตีความว่าได้รับการรับรองความสอดคล้องหรือการรับรองผลิตภัณฑ์ เว้นแต่มีผลการทดสอบหรือใบรับรองแยกต่างหาก
Operational capabilities
QSeal เป็น control layer สำหรับไฟล์สำคัญ ไม่ใช่บังคับให้องค์กรย้ายข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ repository ใหม่
ค้นพบไฟล์ผ่าน watch folder, เหตุการณ์ของ object storage, การสแกนตามรอบ หรือเรียกผ่าน REST API โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงานของระบบต้นทาง
เก็บต้นฉบับตามเดิมพร้อมหลักฐานประกบด้านข้างเพื่อรักษา workflow และ preview เดิม หรือผนึกไฟล์เป็นก้อนเดียวสำหรับคลังระยะยาว
ทำงานกับ DMS, NAS, file share, object storage, WebDAV หรือ cloud drive ที่องค์กรใช้อยู่ โดยไม่ยึดกับผู้ให้บริการรายเดียว
บังคับใช้นโยบายตามชั้นข้อมูล ผู้ผนึก ที่เก็บที่อนุญาต อายุจัดเก็บ การเข้ารหัส และการลงลายเซ็น
เชื่อมเหตุการณ์ด้วย hash และปิดรอบด้วยลายเซ็น เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงย้อนหลังถูกตรวจพบ พร้อมเชื่อมตัวตนผู้ใช้จาก OIDC เข้ากับ provenance
ดึงไฟล์มาตรวจซ้ำเป็นรอบเพื่อบันทึกประวัติการคงสภาพ และส่งออก public key, manifest, timestamp token และ renewal chain ให้ผู้ตรวจภายนอก
องค์ประกอบทางเทคนิค: การเชื่อมต่อกับที่เก็บใช้ rclone เป็น connector engine ภายใน ส่วนคุณค่าที่ QSeal รับผิดชอบคือนโยบาย ที่มา หลักฐาน การตรวจสอบ และการต่ออายุ รายละเอียดของส่วนประกอบและไลบรารีที่ใช้อยู่ในเอกสาร software bill of materials
Data governance
การจัดชั้นข้อมูลจะมีความหมายก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าไฟล์ถูกจัดชั้นใดในขณะที่ผนึก และเมื่อนโยบายของชั้นนั้นถูกบังคับใช้ก่อนข้อมูลออกจากระบบ ไม่ใช่ตรวจสอบย้อนหลังหลังเกิดเหตุ
| ชั้นข้อมูล | อายุจัดเก็บ | ต้องเข้ารหัส | ต้องลงลายเซ็น | ผู้มีสิทธิ์ผนึก | ที่เก็บที่อนุญาต |
|---|---|---|---|---|---|
| เปิดเผยได้ | 1 ปี | ไม่บังคับ | ไม่บังคับ | ทุกบทบาท | ทุกที่เก็บ |
| ใช้ภายใน | 3 ปี | ไม่บังคับ | บังคับ | ทุกบทบาท | ทุกที่เก็บ |
| ความลับ | 10 ปี | บังคับ | บังคับ | ทุกบทบาท | กำหนดรายการได้ |
| ความลับสูงสุด | 20 ปี | บังคับ | บังคับ | ผู้ดูแลระบบ | กำหนดรายการได้ |
ค่าข้างต้นเป็นค่าตั้งต้น องค์กรกำหนดชื่อชั้น อายุจัดเก็บ ข้อบังคับด้านการเข้ารหัสและลายเซ็น ที่เก็บที่อนุญาต และรอบการต่ออายุหลักฐานของแต่ละชั้นได้เอง
ระดับชั้นถูกผนวกอยู่ในขอบเขตลายเซ็น ML-DSA-65 จึงพิสูจน์ได้ว่าไฟล์ถูกจัดชั้นใดในขณะผนึก ไม่ใช่ค่าที่แก้ไขในฐานข้อมูลได้ภายหลัง ระบบเสนอชั้นจากเนื้อหาไฟล์ให้ได้และยกระดับเท่านั้นไม่ลดระดับ แต่การตรวจเนื้อหาไม่ครอบคลุมไฟล์ที่บีบอัด เข้ารหัสมาก่อน หรือภาพที่ยังไม่ผ่าน OCR ผลการตรวจจึงเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่การรับรองเนื้อหา
High-X information
QSeal เหมาะกับข้อมูลที่มีระยะเวลาจัดเก็บยาว มีผลกระทบสูง หรือจำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในอนาคต
ปกป้องความลับและตรวจสอบความครบถ้วนตลอดระยะเวลาจัดเก็บตามข้อกำหนดและการใช้งาน
รักษาที่มา เวลารับรอง และประวัติการคงสภาพสำหรับเอกสารที่ต้องอ้างอิงระยะยาว
จัดเก็บหลักฐานประกอบที่ตรวจสอบได้ โดยแยกความถูกต้องของไฟล์ออกจากคำกล่าวอ้างของระบบ
สร้าง chain of evidence สำหรับไฟล์ที่ต้องตรวจย้อนกลับตามรอบบัญชีและข้อกำกับ
พิสูจน์ที่มา เวอร์ชัน และช่วงเวลาที่ข้อมูลหรือผลการทดลองมีอยู่
ผูก hash, ผู้สร้าง และหลักฐานเวลาเพื่อรองรับการพิสูจน์ลำดับการสร้างและการถือครอง
ปกป้องไฟล์กำหนดค่า แบบระบบ และข้อมูลปฏิบัติการที่มีผลกระทบสูง
ตรวจว่าชุดสำรองและ log สำคัญยังเป็นชุดเดิมและมีประวัติการตรวจสอบต่อเนื่อง
